“เลือกโต ไม่เร่งโต” ยุทธศาสตร์การบินไทย 2026: พลิกโฉม Silk Hub คัมแบ็ก ‘อัมสเตอร์ดัม-โอ๊คแลนด์’

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ภายใต้การนำของ กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ ประกาศแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านการพาณิชย์ในปี 2026 โดยเน้นเพิ่มความถี่ในเส้นทางทำเงิน แทนการเร่งเปิดจุดบินใหม่ พร้อมย้ำจุดยืน มุ่งสร้างการเติบโตของรายได้ที่มีคุณภาพ (Profitable Revenue) ผ่านนิยามสำคัญอย่าง “เลือกโต ไม่เร่งโต” เพื่อเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน

สำหรับการขับเคลื่อนรายได้ในปีนี้ การบินไทยตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 10% จากปีก่อน ผ่านการปรับโครงสร้างเครือข่ายการบินเชิงรุกภายใต้โมเดล “Silk Hub” ที่แบ่งการบริหารจัดการออกเป็น 3 ระดับสำคัญ เริ่มต้นจากการวาง อาเซียนเป็นฐาน (Base) เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการบิน ควบคู่กับการใช้ จีนและอินเดียเป็นแกนหลัก (Pillars) ในการสร้างปริมาณการขนส่ง โดยเตรียมอัดความถี่เที่ยวบินสู่ประเทศอินเดียเพิ่มเป็น 91 เที่ยวบิน และจีนเป็น 81 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ซึ่งจะมีเครื่องบินลำตัวแคบ (Narrow-body) อย่าง Airbus A321neo จำนวน 15 ลำ ทยอยเข้ามาเสริมทัพเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการเจาะตลาดเมืองรองและบริหารต้นทุนต่อที่นั่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ขณะที่ เส้นทางบินระยะไกล (Long Haul) อย่างยุโรปและออสเตรเลีย ถูกวางบทบาทเป็น ตัวสร้างมูลค่า (Value Creator) โดยเตรียมรับมอบเครื่องบินลำตัวกว้างรุ่นใหม่อย่าง Boeing 787-8 และ 787-9 จำนวน 10 ลำ และ 4 ลำตามลำดับ เข้ามาประจำการในช่วงกลางปี ส่งผลให้ภายในสิ้นปี 2569 นี้ การบินไทยจะมีฝูงบินรวมทั้งสิ้น 101-102 ลำ ซึ่งเป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนวิกฤตโควิด-19โดยการปรับสมดุลฝูงบินผ่านการเช่ารวม 29 ลำนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ “เลือกโต ไม่เร่งโต” ที่มุ่งเน้นรายได้ที่มีคุณภาพเป็นสำคัญ

ควบคู่ไปกับการบริหารความสมดุลของโครงข่ายการบิน (Balance Network Strategy) ที่จัดสัดส่วนระหว่างผู้โดยสารกลุ่มบินตรง (Point-to-Point) เพื่อรักษาอัตราผลตอบแทน (Yield) ให้สูง และกลุ่มต่อเครื่อง (Connecting Traffic) เพื่อเติมปริมาณผู้โดยสาร (Volume) ให้เต็มลำในช่วงนอกฤดูกาล โดยตั้งเป้ารักษาอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ไว้ที่ระดับ 80% พร้อมนำระบบราคาแบบยืดหยุ่น (Dynamic Pricing) มาใช้ปรับตามกลไกอุปสงค์และอุปทานเพื่อให้ราคาตั๋วมีความเหมาะสมและยุติธรรม ซึ่งกลยุทธ์การบริหารโครงสร้างรายได้และต้นทุนผ่านการใช้เครื่องบินลำตัวกว้างและลำตัวแคบที่สอดประสานกันนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่ม Contribution Margin และขับเคลื่อน EBIT ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องในระยะยาว

ไฮไลต์สำคัญของการขยายเครือข่ายในปี 2569 คือการหวนคืนสู่เส้นทาง กรุงเทพฯ (BKK) –อัมสเตอร์ดัม (AMS) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป โดยจะทำการบินทุกวัน ซึ่งถือเป็น Strategic Move ครั้งสำคัญเนื่องจากอัมสเตอร์ดัมเป็นทั้งฮับการเดินทางและศูนย์กลางขนส่งสินค้า (Cargo Hub) ระดับโลก แม้ปัจจุบันจะได้สล็อตการบินในช่วงเช้ามืด (04.30 น.) แต่การบินไทยมองว่าเป็นการปักหมุดยุทธศาสตร์ระยะยาวที่มีโอกาสเจรจาปรับเวลาในอนาคต เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคเอเชียและยุโรปอย่างแท้จริง

ควบคู่ไปกับการรุกตลาดยุโรป การบินไทยเตรียมกลับมาเปิดเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ (BKK) – โอ๊คแลนด์ (AKL) ประเทศนิวซีแลนด์ อีกครั้งในช่วงปลายปี 2569 โดยทำการบิน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้นหลังหยุดให้บริการไปนาน นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางทำเงินอย่าง ปารีส (ฝรั่งเศส) และมิวนิก (เยอรมนี) โดยเน้นการจัดตารางบินแบบ Multiple Slots เพื่อสร้างทางเลือกที่ยืดหยุ่นให้กับผู้โดยสาร โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจและนักเดินทางระดับพรีเมียม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการเพิ่มรายได้คุณภาพในพอร์ตการบินระยะไกล

นอกเหนือจากยุทธศาสตร์โครงข่ายและฝูงบิน การบินไทยยังมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจเพื่อเปลี่ยน “การรับรู้ต่อแบรนด์” (Brand Perception) ให้กลายเป็นความรักในแบรนด์ (Brand Love) อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับพรีเมียม อาทิ การนำเสนอเมนูอาหารสุดพิเศษจากเชฟโรงแรมเลอบัว (Lebua) และการรังสรรค์ชุด Amenity Kit จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Jim Thompson, La Mer และ Sirivannavari สำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ขณะเดียวกันยังเตรียมพลิกโฉมระบบสมาชิก Royal Orchid Plus (ROP) ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการกว่า 5 ล้านคนได้ดียิ่งขึ้น ทั้งการอัปเกรดสถานะสมาชิกและการสะสมไมล์ที่ง่ายขึ้นพร้อมสิทธิประโยชน์ที่หลากหลาย ผ่านกลยุทธ์ Build Love” ซึ่งเริ่มส่งผลชัดเจนผ่านเสียงสะท้อนเชิงบวกในโลกโซเชียลที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจของผู้โดยสาร ทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยกิตติพงษ์ย้ำทิ้งท้ายว่า รายได้ที่มีคุณภาพจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนได้นั้น ต้องมาจากวินัยในการบริหารที่แม่นยำควบคู่ไปกับการครองใจลูกค้า เพื่อให้การบินไทยเป็นสายการบินที่ผู้คนตั้งใจกลับมาใช้บริการซ้ำด้วยความรักและความผูกพันอย่างแท้จริง


เรื่อง : นลัท โรจน์วัฒนวงศ์