ผจญภัยเมืองอารยธรรม Pamookkoo Resort @ภูเก็ต

เราเชื่อว่ามันคงมีช่วงเวลาที่รู้สึกอยากหาสถานที่เปลี่ยนบรรยากาศในวันหยุด ที่ที่มีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำภายในสถานที่เดียวกัน ยิ่งเป็นสถานที่ซึ่งเหมาะกับทั้งครอบครัวได้ก็คงจะดีมาก ซึ่งก็ไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ แต่เราพบที่แบบนั้นแห่งหนึ่ง วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปผจญภัยในดินแดนลึกลับของอารยธรรมโบราณที่เปี่ยมด้วยความสนุกและน่าอัศจรรย์ไปด้วยกันค่ะ! เชิญพบกับ Pamookkoo Resort By KATA Group @ภูเก็ต

Pamookoo Resort (ประมุกโก้ รีสอร์ท ภูเก็ต) เป็นรีสอร์ทน้องใหม่ลำดับที่ 8 ในเครือ “กะตะกรุ๊ป (Kata Group)” ที่พึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงปลายปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ที่ให้บริการแบบครบวงจร

ตั้งแต่เมื่อแรกเห็นสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก ก็ทำให้หัวใจของเราเต้นรัว ตื่นเต้นไปกับบรรยากาศเสมือนดินแดนในจินตนาการแต่สัมผัสได้จริง แอบคิดอยู่ตลอดว่าด้านหลังอาคารโบราณขนาดใหญ่แห่งนี้ซ่อนอะไรเอาไว้เบื้องหลังให้เราสำรวจ ซึ่งจะบอกว่าเหมือนก้าวเข้ามาอีกยุคหนึ่งก็ไม่ผิดนัก เพราะรีสอร์ทแห่งนี้ถูกออกแบบตกแต่งด้วยแรงบันดาลใจในยุคเมโสโปเตเมียซึ่งเป็นดินแดนอารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก

Pamookkoo Resort ตั้งอยู่ที่ 70/1 ถนนกะตะ ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83100 ใกล้กับหาดกะตะ เพียง 500 เมตร (ใช้เวลาเดินเพียง 5-10 นาที) ห่างจากตัวเมืองภูเก็ต 36 กิโลเมตร และห่างจากท่าอากาศยานภูเก็ต (HKT) 46.9 กิโลเมตร

ซึ่งหมายความว่ารีสอร์ทแห่งนี้ไม่ได้อยู่ติดริมหาดนะคะ แต่เดินได้สบายมาก ระหว่างทางก็จะมีร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเลือกเดินไปทางซ้ายหรือไปทางขวา แต่ถ้าต้องการไปหน้าหาดให้เลี้ยวซ้ายนะคะ ระหว่างทางไปหาด ก็จะเจอท่ารถโพถ้องอยู่ด้านหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลกะรน หรือจะปักหมุดใน Google maps ว่า “Kata Local Bus Terminal” ก็ได้ค่ะ เป็นรถสำหรับเข้าตัวเมืองภูเก็ต รถจะออกทุกๆ 20 นาที ค่าโดยสารคนละ 40 บาท จะมีตารางเวลาการเดินรถอยู่ที่ท่ารถค่ะ แต่เอาให้ชัวร์ก็คุยกับคนขับให้เรียบร้อย สอบถามจุดขึ้นรถกลับกับเวลา จะได้ไม่พลาดรอบรถกันด้วยนะคะ

เมื่อเข้ามาในอาคารโบราณขนาดใหญ่ จะพบกับ Lobby สำหรับเช็คอินเข้าพักอยู่ตรงกลางค่ะ มองเห็นได้อย่างชัดเจน ถ้าต้องการสอบถามเรื่องอะไรก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยประจำการอยู่ตลอดเวลา บริเวณโถงของ Lobby ถูกตกแต่งให้เข้ากับธีมการออกแบบของรีสอร์ท มีการเลือกใช้สีและเส้นสายนำสายตาให้รู้สึกถึงมิติความกว้างขวางที่บริเวณเพดานของ Lobby ซึ่งเป็นบริเวณที่ค่อนข้างโปร่งโล่งสบาย โดย Lobby อยู่ชั้นที่ 2 ของรีสอร์ทค่ะ สามารถมองเข้าไปที่ใจกลางซึ่งจะเห็นบรรยากาศโดยรอบของที่นี่

สำหรับเรา Pamookkoo เป็นรีสอร์ทสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง เพราะเป็นทั้งสถานที่สำหรับพักผ่อนและให้ความบันเทิงสำหรับทุกคนในครอบครัวไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ และแน่นอนว่าจะมาแบบเพื่อนหรือคู่รักประมุกโก้ก็มีการผจญภัยรออยู่ไม่ต่างกัน ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด จำนวน 512 ห้อง มาพร้อมระเบียงที่สามารถมองเห็น Pamookkoo Adventure Poo สไลเดอร์ขนาดใหญ่สูงเท่าตึก 4 ชั้น ใจกลางสระว่ายน้ำสีเทอร์ควอยซ์สุดสวย ซึ่งเปรียบเสมือนป้อมปราการใจกลางอาณาจักรแห่งนี้ โดยห้องพักถูกแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่

  • ห้อง Deluxe จำนวน 142 ห้อง (ขนาด 32.8 ตารางเมตร)
  • ห้อง Deluxe Premium จำนวน 146 ห้อง (ขนาด 38.5 ตารางเมตร)
  • ห้อง Family จำนวน 220 ห้อง (ขนาด 39 ตารางเมตร)
  • ห้อง Suite จำนวน 4 ห้อง (ขนาด 77 ตารางเมตร)

โดยในทุกรูปแบบของห้องพัก จะมี facility ต่างๆ ประกอบด้วย มินิบาร์ โต๊ะทำงาน ตู้นิรภัย และโทรศัพท์ ห้องน้ำส่วนตัวแบบ rain shower พร้อมด้วยเสื้อคลุมอาบน้ำ และรองเท้าแตะ อินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี และอินเทอร์เน็ตแบบใช้สายให้บริการ มีโทรทัศน์พร้อมช่องเคเบิล และทุกห้องมีระเบียงส่วนตัวค่ะ

ชุดโต๊ะเก้าอี้ริมระเบียงสำหรับผ่อนคลายนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมชมวิวสไลเดอร์ขนาดใหญ่ และยังใช้สำหรับให้คุณพ่อคุณแม่ได้คอยสอดส่องดูแลคุณลูกเล่นน้ำได้ด้วยค่ะ แต่สำหรับห้องพักในชั้น 1 จะเป็นเก้าอี้เอนนอนคล้ายเก้าอี้ชายหาดนะคะ

ประตูของตู้เสื้อผ้าและห้องน้ำถูกแบบให้ใช้ประตูบานเดียวกันค่ะ เป็นประตูขนาดใหญ่ที่ใช้การเลื่อนในการเปิดปิด กล่าวคือถ้าเปิดตู้เสื้อผ้าก็จะปิดประตูห้องน้ำ ถ้าเปิดประตูห้องน้ำก็จะเป็นการปิดตู้เสื้อผ้าค่ะ โดยบานประตูก็ถูกออกแบบให้เป็นกระจกขนาดใหญ่ทั้งสองด้านซึ่งสามารถส่องได้เต็มตัว ทำให้สะดวกมากๆ เวลาแต่งตัวค่ะ

กระจกในห้องอาบน้ำใกล้ๆ กับฝักบัวเป็นกระจกใสสามารถมองเห็นได้ทั้งข้างนอกและข้างในนะ เหมาะกับการมากันเป็นคู่รักนักผจญภัยมากๆ แต่ถ้าใครเขินอาย จะปิดมู่ลี่ลงมาแบบเราก็ได้ค่ะ

กระเบื้องสะสมที่คัดเลือกลวดลายมาอย่างดี ถูกใช้ตกแต่งภายในห้องน้ำ และบริเวณทางเดินของทุกอาคารค่ะ

ห้อง Deluxe ขนาด 32.8 ตารางเมตรเป็นห้องขนาดเริ่มต้น เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ 2 คน และเด็กเล็ก 2 คน มีให้เลือกทั้งเตียงเดี่ยวและเตียงคู่และเตียงนอนตากอากาศเป็นมาตรฐานในห้อง

น้อง TOTEMPO น้องวัวผู้พิทักษ์เป็นทูตสันธวไมตรีของดินแดนประมุกโก้ จะคอยต้อนรับผู้เข้าพักทุกคน รวมถึงคอยส่งมอบความสุขและขับไล่ฝันร้ายในยามค่ำคืน

ห้อง Deluxe Premium ขนาด 38.5 ตารางเมตร สามารถพักได้สาม 3 คน มีให้เลือกทั้งเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ โดยเราได้เข้าพักที่ห้องนี้ค่ะ ขนาดกว้างขวางสบายๆสำหรับผู้ใหญ่ 3 คนจริงๆ ค่ะ และเนื่องจากผ้าม่านตัดแสงรบกวนในช่วงกลางคืนห้องจะมืดมากสามารถนอนหลับลึกได้สบายๆ แต่ทางเราต้องการลุกมาเข้าห้องน้ำช่วงกลางดึก จึงเปิดไฟห้องน้ำเอาไว้แล้วแง่มประตูให้แสงลอดผ่านออกมาเล็กน้อยด้วยค่ะ

กระจกสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ บานกลม ชิคๆ ขนาดใหญ่ สามารถกดเปิดปิดที่บานกระจกได้เลย สำหรับแต่งหน้าแล้วแสงสีไม่เพี้ยน : )

ห้อง Family ขนาด 39 ตารางเมตร สะดวกสบายสำหรับผู้ใหญ่ 2 คน และเด็ก 2 คนค่ะ มีให้เลือกทั้งเตียงเดี่ยวและเตียงคู่และเตียงนอนตากอากาศเป็นมาตรฐานในห้องสำหรับผู้ใหญ่ และเตียงนอนสองชั้นสำหรับเด็กค่ะ

จ๊ะเอ๋ !

คำว่า “เมโสโปเตเมีย” เป็นภาษากรีก ที่มีความหมายว่าดินแดนระหว่างแม่น้ำทั้งสอง (meso = กลาง + potamia = แม่น้ำ) โดยมีนัยหมายถึง “ดินแดนระหว่างแม่น้ำไทกริสกับแม่น้ำยูเฟรทีส” แต่ในดินแดนประมุกโก้แห่งนี้ คือป้อมปราการ Pamookkoo Adventure Poo ที่อยู่ระหว่างสระน้ำขนาดใหญ่ 2 สระ ที่มีสไลเดอร์ถึง 3 ระดับ ตรงใจกลางของรีสอร์ท ซึ่งเป็นศูนย์กลางความสุข ความสนุก ความตื่นเต้น และตื่นตาตื่นใจมาไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีโซนสระน้ำสำหรับเด็กเล็ก อีก 2 สระ ซึ่งมีสระน้ำและสไลเดอร์ขนาดเล็กแยกส่วนออกมาเพื่อความปลอดภัย โดยเราสามารถผจญภัยไปกับการสำรวจป้อมปราการขนาด 4 ชั้น ที่มีเส้นทางและบันไดมากมาย ปลุกความอยากรู้อยากเห็น และพลังจินตนาการของเราให้ออกมา หรืออยากจะอาบแดด พักผ่อนสบายๆ กับเก้าอี้ชายหาดสีเหลืองสดที่อยู่ล้อมรอบสระว่ายน้ำมากมายแห่งนี้ก็ให้บรรยากาศที่ดีไม่แพ้กัน โดยไม่ว่าจะทางบกหรือทางน้ำ ดินแดนประมุกโก้ก็รอการสำรวจของนักผจญภัยทุกคนอยู่

บริเวณสระสำหรับผู้ใหญ่

สไลเดอร์ระดับสูงที่สุดของที่นี่ มีความสูงเท่าตึก 4 ชั้นเลยนะ ดูชิลๆ แต่ขึ้นไปมีขาสั่นแน่นอน

พี่ไลฟ์การ์ดก็มาเล่นกับเขาด้วย มีการปิดจมูกเอาไว้ไม่ให้น้ำเข้า ตอนเราเล่นเองลงมาแบบไม่รู้เรื่อง น้ำเข้าจมูกมีความแสบไปสักพักหนึ่งเลยทีเดียว แต่ก็ไปเล่นใหม่อีกรอบค่ะ น้ำเข้าจมูกเหมือนเดิม 55555

ระหว่างทางขึ้นไปสไลเดอร์ก็สำรวจป้อมปราการไปในตัว มีมุมถ่ายรูปเยอะมากๆ เลยค่ะ แนะนำว่ามาในช่วงที่ยังมีแสงแดดนะคะ เพราะจะเกิดแสงและเงาล้อไปกับป้อมปราการค่ะ จะแสงเช้าก็สวย หรือแสงบ่ายที่อาจจะรุนแรงสักหน่อย แต่ก็เข้ากับธีมการสำรวจไม่แพ้กัน อย่าลืมทาครีมกันแดดกันด้วยนะคะ

มุมมองลงมาจากสไลเดอร์ระดับกลางค่ะ

และไฮไลท์อีกหนึ่งที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ ก็คือสไลเดอร์แบบวงกลมที่เป็นวังวนลงมาค่ะ จะลงช้าๆไม่ได้เร็วมาก ปลอดภัยหายห่วง รวมไปถึงรอบๆ สระน้ำ และสไลเดอร์ก็จะมีเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดคอยดูแลความปลอดภัย และบอกสัญญาณการลงสไลเดอร์ให้ด้วยค่ะ

เป็นสไลเดอร์ที่เราชอบมากๆ ค่ะ เพราะว่า สวย 5555 เงาสะท้อนบนผิวน้ำเหมือนเป็นสปริงขนาดยักษ์เลยค่ะ

มาสำรวจที่โซนสำหรับเด็กกันบ้างค่ะ มี 2 สระ พร้อมสไลเดอร์ขนาดเล็ก และคุณถังน้ำที่จะปล่อยน้ำลงมาทุกๆ ช่วงเวลาหนึ่งค่ะ

หรือชิลๆ ริมสระ นั่งเก้าอี้ชายหาดอาบแดดกันสักหน่อย แอบกระซิบว่าที่นี่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะกว่าคนไทยนะคะ เพราะฉะนั้นจะเห็นคนนอนอาบแดดกันอยู่เยอะแยะเลยค่ะ

ในระหว่างการผจญภัย นักผจญภัยทุกคนก็คงจะสนุกสนานจนเกิดความเหนื่อยล้าและต้องการพลังงาน เพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกายกันสักหน่อย ขอเชิญมาพักผ่อน พร้อมลิ้มรสเครื่องดื่มหลากหลายกับของว่างนานาชาติ ที่บาร์ริมสระน้ำใจกลางป้อมปราการ เรียกที่นี่ว่า Treasure Island (เปิดบริการ เวลาบริการ : 11.00 น. – 18.00 น. / ความจุที่นั่ง 25 ที่)

และแน่นอนว่ารีสอร์ทแบบครบวงจรจะขาดร้านอาหารไปไม่ได้ ร้านอาหาร Mookoo Nest ร้านอาหารขนาด 2 ชั้น (ความจุที่นั่ง 320 ที่) ที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้มากมาย ให้บรรยากาศเหมือนป่าดึกดำบรรพ์ ประดับด้วยโคมไฟสุดเก๋จำนวนมากที่ให้แสงไฟสีอบอุ่นสะดุดตา โดยให้บริการแบบบุฟเฟ่ต์นานาชาติในตอนเช้าของทุกวัน เวลา 06.00 – 10.00 น. และเมนูอาหารตามสั่ง ทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ รวมถึงโปรโมชั่นพิเศษตามช่วงต่างๆ ที่ให้บริการในมื้อกลางวันและมื้อเย็น โดยครัวจะปิดให้บริการเวลา 22.00 น. และในบางวัน ก็มีบริการบุฟเฟ่ต์นานาชาติเคล้าดนตรีสดริมสระว่ายน้ำให้ปล่อยอารมณ์ไปกับบรรยากาศยามค่ำคืนด้วยนะคะ

บรรยากาศในช่วงบุฟเฟ่ต์อากาศเช้าค่ะ

หรือจะลองสั่งอาหารแบบ A-la-carte ในมื้อกลางวัน เชฟที่นี่ก็ฝีมือดีมากค่ะ โดยเฉพาะอาหารนานาชาติต่างๆ แนะนำมากเลยค่ะ รสชาติดีมาก ปริมาณต่อจานก็จัดว่าอิ่มไปจนถึงอิ่มมาก แต่ถ้าเป็นอาหารไทยสำหรับคนไทยก็อาจจะรสชาติเบาไปสักหน่อยค่ะ เมนูแนะนำสำหรับเราที่ต้องสั่งซ้ำในหลายๆ มื้อก็คือ Lamb shank นุ่มสุดๆ ไม่คาวเลย เป็นพระเอกของงานเลยค่ะ, สเต็กปลาแซลมอน, เชฟสลัด (จานไม่เล็ก ให้เยอะมาก กินได้หลายคน), พิซซ่าฮาวายเอียน

บุฟเฟต์ริมสระในมื้อเย็นค่ะ

และรีสอร์ทสำหรับครอบครัวคุณหนูๆ วัย 2-14 ปี ก็ต้องมาที่ Kids’ World เป็นห้องกระจกขนาด 2 ชั้น ที่มีพื้นที่รวม 135 ตารางเมตร โลกแห่งความสุขกับของเล่นมากมายสำหรับเสริมพัฒนาการ วิดีโอเกมส์ บ้านบอล เต็นท์ของเล่น และสนามฟุตซอล ที่ได้รับการออกแบบให้รับแรงกระแทกสำหรับเด็กๆ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดเวลาทำการ ให้คุณหนูได้เพลิดเพลินและผู้ปกครองก็ได้พักผ่อนจากความเหนื่อยล้า

สนามฟุตซอล

นอกจากห้องพักจำนวนมาก ประมุกโก้ยังมีแพ็คเกจ ห้องประชุม หลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการไม่ว่าจะเป็นงานประชุม งานสังสรรค์ รวมถึงงานแต่งงาน ก็สามารถจัดสรรได้ตามที่สไตล์ต้องการ โดยห้องประชุมมีทั้งหมด 4 ขนาดด้วยกัน ได้แก่

  • ห้อง Pamookkoo Pamookkaa สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ 900 คน
  • ห้อง Geology สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ 220 คน
  • ห้อง Zoology สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ 140 คน
  • ห้อง Forrest สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ 45 คน

หากเดินขึ้นมาที่ชั้นของห้องประชุมจะสามารถออกมาที่ระเบียงเพื่อเก็บภาพมุมกว้างของรีสอร์ทได้ค่ะ โดยบริเวณห้องประชุมจะอยู่ชั้นบนของ Lobby เช็คอินในตอนแรก

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ Pamookkoo Resort by KATA Group @Phuket รีสอร์ทแนวผจญภัยอารยธรรมโบราณ ที่เพียบพร้อมด้วย facility อย่างครบครัน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเปลี่ยนบรยากาศ หลีกหนีจากตัวเมืองอันวุ่นวาย มาพบโลกแห่งจินตนาการในวัยเด็ก เราหวังว่าดินแดนประมุกโก้ จะเข้าไปสร้างความประทับใจให้กับหลายๆ คนนะคะ

แล้วเราจะกลับมาผจญภัยด้วยกันอีกครั้งนะ !!! bye bye

Pamookkoo Resort @phuket
โทร. +66(0)76 643 300
โทรสาร : +66(0)76 643 333
e-mail : rsvn-pmkr@katagroup.com
facebook : Pamookkoo Resort Phuket
Website : www.pamookkoo.com

พักที่ Pamookkoo Resort แต่อยากสัมผัสบรรยากาศความเป็นภูเก็ตสักหน่อย ไปเที่ยวที่ไหนดีนะ ? เอาแบบไม่ไกลจากรีสอร์ท เราขอแนะนำ

แหลมพรหมเทพ พระอาทิตย์ตกสวยที่สุด ไม่ได้แวะเหมือนมาไม่ถึงจังหวัดภูเก็ต http://www.wannateller.com/archives/8576

ต้องการความเป็นส่วนตัว วิวสวย คนน้อย เก็บบรรยากาศได้ครบจบในที่เดียว แวะเช็คอินที่ Windmill Viewpoint http://www.wannateller.com/archives/8577

อย่าลืม แวะเข้าเมืองไปหาอาหารท้องถิ่นกินก่อนกลับ http://www.wannateller.com/archives/8940