Olympus OM-D E-M5 Mark III กล้องชนิดเปลี่ยนเลนส์ได้ขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา เพิ่มอิสระในการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

กล้อง Olympus OM-D E-M5 Mark III มาพร้อมกับระบบออโต้โฟกัส All-cross-type On-chip Phase Detection AF 121จุด ชนิดเดียวกับกล้องโปรเฟสชั่นนอลรุ่น OM-D E-M1 Mark II ที่มีความสามารถของออโต้โฟกัสที่รวดเร็วและแม่นยำในรูปแบบกล้องที่มีน้ำหนักเบาและกะทัดรัด นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับกันสั่นประสิทธิภาพสูงที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย เช่น Live Composite และ Live Bulb แม้ใช้งานร่วมกับเลนส์ M.Zuiko Digital ED 12-40mm F2.8 PRO ก็ยังมีน้ำหนักเบาและกะทัดรัดสามารถพกใส่กระเป๋าใบเล็กไปได้ทุกที่

ระบบออโต้โฟกัส All-cross-type On-chip Phase Detection AF 121จุดทำให้การโฟกัสมีความรวดเร็วและแม่นยำสูง โดยสามารถจับภาพวัตถุเคลื่อนไหวที่ยากต่อการจับโฟกัสได้อย่างง่ายดายทำให้คุณไม่พลาดโอกาสในการจับภาพแม้เพียงเสี้ยววินาที ทั้งนี้กล้องโอลิมปัสชนิดเปลี่ยนเลนส์ได้มีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่ความคล่องตัวในการใช้งานที่กล้องและเลนส์มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา นอกจากนี้เมื่อใช้งานร่วมกับเลนส์ที่มีความละเอียดและประสิทธิภาพสูงพร้อมกันสั่น 5 แกนทำให้ได้ผลลัพธ์ที่คมชัดทั่วทั้งภาพทั้งภาพนิ่งและงานวิดีโอ

รายละเอียดฟีเจอร์หลัก

1.พกพาสะดวกมาพร้อมกับคุณภาพภาพระดับสูงผ่านตัวกล้องที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ป้องกันฝุ่นละอองละอองน้ำและอากาศเย็นจัด -10 องศา

กะทัดรัด น้ำหนักเบา

ทุกชิ้นส่วนบนกล้อง OM-D E-M5 Mark III รวมถึงกันสั่นถูกพัฒนาให้มีขนาดกะทัดรัดแต่มีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดียิ่งขึ้นเข้ากับบอดี้ของกล้อง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบจ่ายไฟให้ใช้งานได้อย่างกะทัดรัดมากยิ่งขึ้นด้วยแบตเตอรี่รุ่น BLS-50 ทำให้กล้อง OM-D E-M5 Mark III มีรูปลักษณ์ที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา นอกจากนี้กล้องรุ่นนี้สามารถนำพกพาออกไปทริปได้อย่างไร้กังวลแม้ใช้งานร่วมกับเลนส์ซูมที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่ และด้วยขนาดที่กะทัดรัดและพกพาสะดวกนี้เองทำให้คุณสามารถถือถ่ายได้เป็นระยะเวลานานในสถานที่ที่ไม่สามารถใช้ขาตั้งกล้องได้ คุณจึงรู้สึกเหนื่อยล้าลดลงและสนุกไปกับการถ่ายภาพโดยไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดช็อตสำคัญอีกต่อไป ซึ่งโอลิมปัสได้สร้างสรรค์เลนส์ที่มีน้ำหนักเบาและมีความละเอียดสูงตอบสนองทุกความต้องการใช้งานของคุณ

ภาพคุณภาพสูงเช่นเดียวกับ OM-D E-M1 Mark II

กล้อง OM-D E-M5 Mark III มาพร้อมกับเซนเซอร์ Live MOS 20.4 ล้านพิกเซล พร้อมหน่วยประมวลผลภาพความเร็วสูงล่าสุดTruePic VIII และกันสั่น 5 แกนประสิทธิภาพสูง เมื่อใช้งานร่วมกับเลนส์ M.Zuiko Digital ความละเอียดสูง ช่วยให้สามารถเก็บภาพคุณภาพสูงด้วย Noise ที่ต่ำแม้ตั้งค่าไว้ที่ High-sensitivity และลดความบิดเบือนของภาพ คมชัดไปจนถึงขอบภาพ

ประสิทธิภาพการป้องกันฝุ่นละออง ละอองน้ำและอากาศเย็นจัดขั้นสูง

บอดี้ของกล้อง OM-D E-M5 Mark III ถูกซีลด้วยการป้องกันฝุ่นละออง ละอองน้ำและอากาศเย็นจัดขั้นสูง ทำให้คุณสามารถใช้งานกล้อง OM-D E-M5 Mark III ได้ในทุกสภาพอากาศ นอกจากนี้ยังติดตั้งด้วยฟิลเตอร์กำจัดฝุ่น SSWF (Super Sonic Wave Filter) ซึ่งสามารถลดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกด้วยการสั่นฟิลเตอร์เซ็นเซอร์รับภาพ 30,000 ครั้งต่อวินาที

ช่องมองภาพรูปทรงสามเหลี่ยมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกล้องรุ่น OM-1

กล้อง Olympus รุ่น OM-1 ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในฐานะที่เป็นกล้อง SLR ที่มีขนาดกะทัดรัดและมีประสิทธิภาพสูง หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นคือช่องมองภาพรูปทรงสามเหลี่ยมแบบคลาสิกที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของ โดยดีไซน์นี้ถูกนำมาใช้ในการออกแบบกล้อง OM-D E-M5 Mark III นอกจากนี้กริปจับด้านหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้นช่วยทำให้ผู้ใช้สามารถจับได้อย่างกระชับมือ

2. ระบบออโต้โฟกัส All-cross-type On-chip Phase Detection 121จุด ชนิดเดียวกับกล้องรุ่นโปรเฟสชั่นนอล

ออโต้โฟกัส 121 จุดเพื่ออิสระในการถ่ายภาพมากยิ่งขึ้น

กล้อง OM-D E-M5 Mark III มาพร้อมกับออโต้โฟกัสแบบ AllCross-type On-chip Phase Detection 121 จุดสำหรับโฟกัสในมุมกว้างทั่วทั้งหน้าจอซึ่งเป็นฟีเจอร์สำคัญในกล้อง OM-D E-M1 MarkII ทำให้ความแม่นยำของออโต้โฟกัสไม่ลดลงเมื่อใช้งานร่วมกับเลนส์ที่มีความเร็วสูง นอกจากนี้กล้อง OM-D E-M5 Mark III มีความแม่นยำและความรวดเร็วในการโฟกัสระดับสูงเมื่อใช้งานคู่กับเลนส์ M.Zuiko Digital โดยตั้งค่ารูรับแสงไว้สูงสุดซึ่งไม่ต้องกังวลในเรื่องของตัวแบบที่กำลังจะถ่าย นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่ารุ่นเดิม โดยสามารถจับโฟกัสที่ตัวแบบในขณะกระโดดขึ้นจากพื้นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำหรือให้มุมมองของภาพและวัตถุที่ถ่ายได้อย่างชัดเจนทั้งระยะใกล้และไกล

ถ่ายภาพต่อเนื่องในโหมด AF/AE tracking สูงสุดถึง 10 ภาพต่อวินาทีเหมาะสำหรับการถ่ายภาพตัวแบบที่เคลื่อนไหว

กล้อง OM-D E-M5 Mark III สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องในโหมด AF/AE tracking สูงสุดถึง 10 ภาพต่อวินาทีเหมาะสำหรับการถ่ายภาพตัวแบบที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เช่น การถ่ายภาพกีฬา โดยซอฟต์แวร์ที่ใช้ติดตามวัตถุใช้ข้อมูลออโต้โฟกัสทั้งจากภาพที่หน้าจอ Live View และภาพที่บันทึกไว้แล้ว ช่วยให้คุณสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของวัตถุซึ่งไม่สามารถคาดเดาการเคลื่อนที่และความเร็วของตัวแบบได้อย่างไร้กังวล

การออกแบบเลนส์สำหรับออโต้โฟกัสความเร็วสูง

เลนส์ M.Zuiko Digital ถูกออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาเพื่อการโฟกัสที่รวดเร็ว ซึ่ง Actuator ช่วยให้โฟกัสได้เงียบ รวดเร็วและแม่นยำสูง ดังนั้นออโต้โฟกัสที่มีความรวดเร็วและแม่นยำสูงของกล้อง OM-D E-M5 MarkIII จึงช่วยดึงประสิทธิภาพของการโฟกัสที่เหนือกว่าและเต็มประสิทธิภาพเมื่อใช้งานร่วมกับเลนส์ M.Zuiko Digital

3. ติดตั้งชุดกันสั่นขนาดกะทัดรัดรุ่นใหม่ล่าสุดและกันสั่น 5 แกนในตัวกล้องเพื่อคุณภาพภาพระดับสูง

・ชดเชยความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 5.5 สเต็ป ด้วยกันสั่นที่อยู่ภายในกล้อง

ชุดกันสั่น 5 แกนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อประสิทธิภาพการใช้งานระดับสูงในตัวกล้อง OM-D E-M5 MarkIII ที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ซึ่งผ่านการวิเคราะห์และพัฒนาให้ตอบสนองต่อภาพและเซนเซอร์ Gyro ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้องสั่น นอกจากนี้หน่วยประมวลผลภาพ TruePic VIII ควบคุมชุดกันสั่นได้อย่างแม่นยำทำให้สามารถชดเชยความเร็วชัตเตอร์ได้สูงถึง 5.5 สเต็ป โดยกันสั่น 5 แกนที่อยู่ในกล้อง OM-D E-M5 MarkIII เมื่อใช้งานร่วมกับเลนส์  M.Zuiko Digital สามารถถือถ่ายโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและลดการเบลอของภาพที่บริเวณมุมภาพ ขณะหมุนหรือเคลื่อนที่ไม่สามารถชดเชยได้เพียงแค่กันสั่นจากภายในเลนส์แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

4.มาพร้อมกับฟังก์ชันการถ่ายภาพที่โดดเด่นและใช้งานได้อย่างหลากหลาย เช่น Live Composite Pro Capture Focus Stacking การถ่ายภาพความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซลโดยใช้ขาตั้งกล้อง เป็นต้น

โหมด Live Composite สำหรับถ่ายภาพแบบ Long Exposure

กล้องรุ่นนี้มาพร้อมกับโหมดLive Composite ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่โดดเด่นซึ่งซ้อนภาพหลายๆช็อตที่ความเร็วชัตเตอร์เดียวกันและรวมเฉพาะส่วนสว่างของภาพ เพื่อใช้สำหรับถ่ายภาพเส้นแสงไม่ว่าจะเป็นดาวหมุนหรือไฟรถที่วิ่ง ซึ่งฟีเจอร์นี้ช่วยป้องกันปัญหาภาพสว่างมากจนเกินไปเมื่อถ่ายภาพแบบ Long Exposure โดยผู้ใช้งานสามารถเช็คเส้นแสงผ่านหน้าจอ Live View ได้แบบเรียลไทม์ซึ่งไม่สามารถทำได้หากใช้งานกล้อง SLR

โหมด Pro Capture สำหรับการถ่ายภาพในเสี้ยววินาที

โหมด Pro Capture อีกหนึ่งฟังก์ชันที่ช่วยถ่ายภาพที่ยากต่อการบันทึกในเสี้ยววินาที เช่น จังหวะนกกำลังบิน โดยกล้องจะเริ่มบันทึกภาพที่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซลตั้งแต่กดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่งและจะบันทึกลงในการ์ดทันทีที่กดชัตเตอร์ลงจนสุดซึ่งทำให้คุณสามารถได้ภาพทั้งก่อนหน้าและหลังจากกดชัตเตอร์ โดยกล้องสามารถบันทึกที่ 14 ภาพเฟรมต่อวินาทีและสูงสุดถึง 30 ภาพต่อวินาทีสำหรับถ่ายภาพความเร็วสูงเมื่อเลือกใช้งานในโหมด Pro Capture H และรองรับการบันทึกภาพเป็นไฟล์ Raw

โหมด Focus Bracketing และ Focus Stacking สำหรับถ่ายภาพโครสอัพ

โหมด Focus Bracketing สามารถบันทึกภาพได้สูงสุดถึง 999 ภาพด้วยการกดชัตเตอร์เพียงแค่ครั้งเดียวโดยกล้องจะขยับตำแหน่งของจุดโฟกัสไปเล็กน้อยในแต่ละช็อต โดยสามารถเลือกจำนวนระยะโฟกัสที่ต้องการให้กล้องบันทึก (Focus Step) ได้สูงสุดถึง 10 ระยะ และนำภาพมารวมกันเป็นภาพเดียวผ่านโปรแกรมแต่งภาพ Olympus Workspace เวอร์ชั่น 1.1 จึงเป็นเรื่องง่ายที่คุณจะได้ภาพคุณภาพสูงที่มีระยะชัดลึกโดยใช้รูรับแสงที่กว้างด้วยโหมด Focus Bracketing นอกจากนี้กล้องรุ่นนี้มาพร้อมกับโหมด Focus Stacking ซึ่งสามารถรวมภาพได้จากภายในกล้องโดยอัตโนมัติ โดยการถ่ายภาพ 8 ภาพที่ระยะโฟกัสที่แตกต่างกันและรวมภาพจากภายในกล้องได้ทันที เพื่อให้ได้ภาพที่มีระยะชัดลึกตั้งแต่ฉากหน้าไปจนถึงฉากหลัง

ถ่ายภาพความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล โดยใช้ขาตั้งกล้อง

เมื่อถ่ายภาพความละเอียดสูงโดยใช้ขาตั้งกล้อง กล้องจะขยับเซ็นเซอร์รับภาพเพิ่มขึ้นทีละ 0.5 พิกเซล ในขณะที่ถ่ายภาพต่อเนื่อง 8 ภาพและรวมเป็นภาพเดียวที่ความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซลซึ่งเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ การถ่ายภาพสินค้าในสตูดิโอและในสถานการณ์อื่นๆที่ต้องการภาพความละเอียดสูง

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจ รวมถึง Accessories สุดเท่ที่มาเสริมความหล่อเหลาให้กับกล้อง Olympus OM-D E-M5 MarkIII สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.olympusimaging-th.com/product/dslr/em5mk3/index.html